มาดริปกาแฟแบบแชมป์โลก Brewer Cup กันครับ

คุณ Tetsu Kasuya จากญี่ปุ่น ไม่ต้องแปลกใจที่อุปกรณ์จะเป็น Hario ยกชุด

ผมลองดริปดูแล้ว ทำได้ไม่ยากและผลลัพธ์ดีงามมากครับ

ข้อดีของสูตรนี้คือช่วยให้ทั้งสายดริปมือใหม่และมือเก่าสามารถคุมรสชาติของกาแฟดริปได้ดีเลยทีเดียว

ผมเอาข้อมูลมาจากคลิปนะครับ แต่การดูคลิปอาจจะเร็วไปทำให้ตามไม่ทัน ผมก็เลยเอามาสรุปเป็นขั้นตอน ลองทำตามได้เลยนะครับ


ไอเดียของสูตรนี้

ไอเดียของสูตร 4:6 คือ 40% แรกของน้ำที่ดริปลงกาแฟจะเป็นตัวควบคุมความหวาน/เปรี้ยวของกาแฟ ส่วนอีก 60% ที่เหลือ ควบคุมความเข้มข้นและบอดี้ของกาแฟครับ

ก่อนเริ่มดริป ดูเรื่องการบดกาแฟก่อนครับ สำหรับดริปเปอร์ V60 รุ่นพิเศษของคุณ Kasuya จะเป็นแบบน้ำไหลช้ากว่า V60 ตัวปกตินะครับ

และการบดกาแฟก็บดค่อนข้างหยาบ เท่ากับการบดเพื่อ French Press เลยครับ

หากไม่มีดริปเปอร์ตัวนี้ก็ไม่ต้องซีเรียสนะครับ ผมเองก็ใช้ดริปเปอร์ของร้าน Gallery กาแฟดริป นี่แหละ แต่เลือกใช้กระดาษกรองที่หนาหน่อยครับ โดยเลือกใช้กระดาษสำหรับเครื่องชงกาแฟอัตโนมัตินี่แหละครับ

ผมใช้กระดาษยี่ห้อ Melitta กล่องสีเขียว ซึ่งมันเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู เอามาพับให้เป็นกรวยแทนครับความหนาของกระดาษช่วยให้กาแฟไหลช้าลงได้

สำหรับ ratio น้ำนะครับ อยู่ที่ 1:15 แต่เป็น ratio in คือวัดจากปริมาณน้ำที่ใส่เข้าไป ไม่ใช่ปริมาณน้ำที่ออกมา

ใช้กาแฟ 20 กรัม ปริมาณน้ำต่อการเท 1 ครั้ง คือ 3 เท่า ของน้ำหนักกาแฟ นั่นคือ 60 ml เททั้งหมด 5 ครั้ง รวมเป็นน้ำ 300 ml ครับ

ใช่แล้วครับ การเท 2 ครั้งแรก คือ 40% ที่ควบคุมความหวาน/เปรี้ยวของกาแฟ และ 3 ครั้งที่เหลือ คืออีก 60% ที่คุมความเข้มข้นของกาแฟครับ

ขอทำความเข้าใจกันนิดนึงนะครับ หลายๆ ท่าน (รวมทั้งผมเอง) จะถูกสอนหลักการดริปกาแฟมาว่า ต้องมีการเทน้ำร้อนลงไปให้กาแฟเปียกและคายแก๊สก่อน หรือการ blooming นั่นเอง และเวลาดริปห้ามให้น้ำไหลจนมีผงกาแฟบดแห้งอยู่เหนือน้ำเด็ดขาด

แต่วิธี 4:6 method นี้ ไม่มีการ blooming และอาจมีการปล่อยให้น้ำไหลหมดจนมีผงกาแฟบดแห้งอยู่เหนือน้ำอีกด้วยครับ

สำหรับโพรเซสการดริปมีหลักการง่ายๆ คือ เริ่มจับเวลาเมื่อเริ่มเทน้ำลงใส่ผงกาแฟบด และเทครั้งต่อไปเมื่อเวลาผ่านไป 45 วินาที นั่นคือ

0:00 เริ่มเทน้ำลงครั้งแรก
0:45 เทน้ำครั้งที่ 2
1:30 เทน้ำครั้งที่ 3
2:15 เทน้ำครั้งที่ 4
3:00 เทน้ำครั้งสุดท้าย

ส่วนจะยกดริปเปอร์ขึ้นเมื่อไร แล้วแต่เลยครับ ของคุณ Kasuya เค้ายกตอน 3:30 ซึ่งน้ำกาแฟไหลหมดแล้ว แต่สำหรับผมยกขึ้นตอน 3:45 ครับ ซึ่งน้ำยังไหลไม่หมด แล้วเติมน้ำร้อนให้ได้ ratio out อย่างน้อย 1:12.5 ครับ นั่นคือกาแฟ 20 กรัม ต้องได้น้ำกาแฟ 250 ml ขึ้นไป

ตั้งต้นจากเบสิคของวิธีการนี้คือ เทน้ำ 5 ครั้ง ครั้งละ 60 ml นะครับ ในส่วนของ 40% แรก (การเท 2 ครั้งแรก) นั้น เราจะควบคุมความหวาน/เปรี้ยว ดังนี้

ถ้าต้องการให้หวานขึ้น ลดปริมาณน้ำครั้งแรกลง และเอาส่วนที่ลดลงไปรวมในการเทครั้งที่สอง เช่น

ครั้งแรกเท 50 ml และครั้งที่สองเท 70 ml ครับ ปรับได้เองตามความชอบในน้ำกาแฟผลลัพธ์นะครับ แต่ 2 ครั้งนี้ ต้องครบ 120 ml ครับ

ในทางตรงกันข้าม ถ้าต้องการให้กาแฟเปรี้ยวขึ้น หรือมี acidity สูงขึ้น ก็เพิ่มปริมาณน้ำในการเทครั้งแรก และลดปริมาณน้ำการเทครั้งที่สองลงครับ

ในส่วนของ 60% หรือการเทน้ำอีก 180 ml ที่เหลือที่เป็นการควบคุมความเข้มข้นของกาแฟ ตามสูตรตั้งต้นเราจะเทน้ำครั้งละ 60 ml จำนวน 3 ครั้ง

แต่หากต้องการเพิ่มบอดี้กาแฟ ให้เราใช้วิธีแบ่งจำนวนครั้งของการเทให้มากขึ้น เช่น จาก 3 ครั้ง ให้ปรับเป็นการเท 4 ครั้ง ครั้ง 45 ml แต่อยู่ในเวลาเท่าเดิม

ผมคำนวณเคร่าๆ จากเวลาที่เริ่มเทน้ำครั้งที่ 3 คือตอน 1:30 ไปจนถึงการเทครั้งสุดท้ายคือ 3:00 ใช้เวลาทั้งสิ้น 90 วินาที

หากต้องการเทน้ำ 4 ครั้ง ก็อาจจะเทแล้วแบ่งเวลาเป็นครั้งละ 30 วินาที ครับ นั่นคือ

1:30 เทครั้งที่ 3
2:00 เทครั้งที่ 4
2:30 เทครั้งที่ 5
3:00 เทครั้งที่ 6 (ซึ่งเพิ่มขึ้นมา)

เช่นกันหากต้องการลดบอดี้กาแฟลงเพื่อให้กาแฟมีความ bright มากขึ้น ก็สามารถลดจำนวนครั้งในการเทให้เหลือเพียง 2 ครั้ง ด้วยไอเดียเดียวกันได้ครับ

เพียงเท่านี้ เราก็สามารถควบคุมรสชาติของกาแฟดริปแก้วโปรดได้ตามต้องการแล้วครับ